Skip to content
SYNACTIVESMART SCIENCE FOR SUSTAINABLE SKINDISCOVER THE SYSTEM ศูนย์บริการลูกค้า 02-107-0088
← LAB JOURNAL

FORMULATION SCIENCE / SYNACTIVE™ PERSPECTIVE

ทำไมสกินแคร์วิตามินบี 12 บางสูตรจึงมีสีชมพูตามธรรมชาติ

Cobalamin มีสีเข้มตามธรรมชาติ แต่สีเพียงอย่างเดียวยืนยันชนิด ความเข้มข้น ความสดใหม่ หรือประสิทธิภาพไม่ได้

ทำไมสกินแคร์วิตามินบี 12 บางสูตรจึงมีสีชมพูตามธรรมชาติ
SYNACTIVE / SMART FORMULATION NOTE
ทำไมสกินแคร์วิตามินบี 12 บางสูตรจึงมีสีชมพูตามธรรมชาติ
ภาพเชิงแนวคิดเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่ภาพทางคลินิก

คุยกันแบบไม่ขายฝันนะ ก่อนจะตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ไหนดี เราต้องรู้ก่อนว่าอยากให้เรื่องอะไรดีขึ้น ความสบายผิว ความชุ่มชื้น สิว สีผิว และริ้วรอยไม่ได้เปลี่ยนเร็วเท่ากัน ถ้าตั้งคำถามชัด เราจะเลือกของง่ายขึ้นมาก

ถ้าจะสรุปสั้น ๆ: Cobalamin มีสีเข้มตามธรรมชาติ แต่สีเพียงอย่างเดียวยืนยันชนิด ความเข้มข้น ความสดใหม่ หรือประสิทธิภาพไม่ได้

เฉดของสูตรยังเปลี่ยนได้จากค่า pH ส่วนผสมอื่น บรรจุภัณฑ์ แสง และอายุผลิตภัณฑ์

ทำไมดูแค่ชื่อส่วนผสมยังไม่พอ

วิตามินบี 12 สำคัญต่อร่างกาย ทั้งการสังเคราะห์ DNA และเมแทบอลิซึมของเซลล์ แต่การทาบนผิวเป็นคนละคำถามกับภาวะขาดสารอาหาร ในเครื่องสำอางจึงต้องดูรูปแบบของ B12 ความคงตัว ตัวพา ความสบายผิว และหลักฐานของสูตรสำเร็จ ไม่ใช่อาศัยความสำคัญทางโภชนาการเพียงอย่างเดียว

มีเรื่องหนึ่งที่อยากชวนจำไว้: งานวิจัยจะบอกผลของสูตรที่ถูกนำไปทดสอบ ไม่ได้ยืนยันว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อส่วนผสมคล้ายกันจะให้ผลเหมือนกันทั้งหมด ความเข้มข้น เนื้อสูตร บรรจุภัณฑ์ และวิธีใช้ต่างกัน ผลที่ได้ก็ต่างกันได้

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผิวเราโอเค

สำหรับสูตรที่มีวิตามินบี 12 ให้ดูที่ความสบายผิว อาการแสบหรือแดง และความเข้ากันได้กับรูทีนเดิม ไม่ควรคาดหวังผลจากสีชมพูของสูตรหรือความรู้สึกเย็นเพียงชั่วคราว

ช่วงที่ลองของใหม่ พยายามอย่าเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันนะ ถ้าผิวดีขึ้นหรือเริ่มระคายเคือง เราจะได้ย้อนกลับมาหาสาเหตุได้ง่าย ไม่ต้องเดาจากผลิตภัณฑ์หลายขวดพร้อมกัน

ถ้าเป็นเพื่อนกัน เราจะแนะนำให้เริ่มแบบนี้

  • ถ้าจะลองผลิตภัณฑ์ใหม่ เริ่มทีละชิ้นก่อน ส่วนคลีนเซอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ และกันแดดให้ใช้ตัวเดิมไปสักพัก จะได้ดูออกว่าผิวชอบหรือไม่ชอบอะไร
  • ใช้ตามปริมาณและความถี่บนฉลากก่อน ไม่ต้องรีบเพิ่มเพราะอยากเห็นผลไว ผิวที่ค่อย ๆ ปรับตัวมักไปต่อได้ง่ายกว่า
  • ลองจดสั้น ๆ ว่าหลังใช้แล้วผิวตึง แสบ คัน หรือเหนอะไหม ส่วนเรื่องสีผิว รอย หรือริ้วรอยค่อยเทียบในแสงเดิมเมื่อผ่านไปหลายสัปดาห์
  • ถ้าผิวบวม แสบมาก มีตุ่ม เจ็บ หรืออาการลาม ให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์ ไม่ต้องฝืนเพราะคิดว่าเป็นช่วงที่ผิวกำลังปรับตัว

แล้วงานวิจัยบอกอะไรเราบ้าง

การทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมในผู้มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง 49 คนพบว่าด้านที่ทาครีมวิตามินบี 12 ดีขึ้นมากกว่า อย่างไรก็ตามผลนี้เป็นของสูตรและภาวะที่ศึกษา ไม่ใช่หลักฐานว่าเซรั่ม B12 ทุกชนิดรักษาโรคผิวหนังได้

ข้อมูลนี้ช่วยให้เราเห็นทิศทาง แต่ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกคนจะได้ผลเหมือนกัน เวลาอ่านจึงควรดูด้วยว่าศึกษากับใคร นานแค่ไหน ใช้สูตรอะไร และงานนั้นมีข้อจำกัดตรงไหนบ้าง

งานวิจัยอ้างอิง: Topical vitamin B12 in atopic dermatitis: randomized placebo-controlled multicentre trial

ถ้าอยากค่อย ๆ ทำความเข้าใจต่อ

ลองอ่าน ทำไมวิตามินบี 12 สำคัญต่อผิว และหลักฐานแบบทาบอกอะไรได้จริง และ วิตามินบี 12 อยู่ในรูทีนผิวแพ้ง่ายได้อย่างไร ต่อได้ สองเรื่องนี้จะช่วยต่อภาพให้ครบขึ้น โดยไม่ต้องรีบซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่ม

งานวิจัยอ้างอิง

อยากรู้ว่าผิว
ควรเริ่มตรงไหน?

OPEN SKIN FINDER ↗